ทนายสงกานต์ ประกาศร่วมทำศึก!! ช่วย อาม ชุติมา หลังอาม ขอคำปรึกษาให้ช่วยสู้เรื่องกฎหมาย

เมื่อวันที่ 23 ต.ค.2561 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อาม ชุติมา เดินทางไปพบกับ นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ทนายความ เพื่อปรึกษาข้อกฎหมาย หลังถูกนายประจักษ์ เนาวรัตน์ หรือ ประจักษ์ชัย ไหทองคำ เจ้าของค่ายไหทองคำ เรคคอร์ด แจ้งตำรวจดำเนินคดี หลังขึ้นแสดงบนเวที ที่จ.สระแก้ว และ จ.อุดรธานี ฐานละเมิดสัญญา

โดย อาม ชุติมา ได้ให้ข้อมูลกับ ทนายสงกานต์ในหลายประเด็น โดยเฉพาะการยืนยันว่า สัญญาที่ทำให้กับค่ายไหทองคำเรคคอร์ด ไม่เป็นธรรมในหลายเงื่อนไข อย่างเช่นส่วนแบ่งรายได้จากการแสดงต้องแบ่งให้กับค่ายเพลง 70 เปอร์เซ็นต์ และ ตัวอาม ชุติมา ได้เพียง 30 เปอร์เซ็นต์ และประเด็นสำคัญ คือ ลิขสิทธิ์เพลงผู้สาวขาเลาะ ที่อาม ชุติมา แต่งขึ้น ทางค่ายไหทองคำเรคคอร์ด ทำสัญญาซื้อในราคาแค่1 หมื่นบาท

 

และไม่แบ่งส่วนแบ่งรายได้ตามที่เคยสัญญาด้วยวาจาไว้  จึงต้องการยกเลิกสัญญาในส่วนของการรับทำงานที่ยังเหลืออยู่อีก 2 ปี 7 เดือน เพราะต้องการเป็นอิสระจากค่ายไหทอง คำเรคคอร์ด เนื่องจากมองว่าสัญญาที่ทำขึ้นทำไว้ ตั้งแต่ อาม ชุติมา อายุ 17ปี ซึ่งไม่มีผู้ปกครองช่วยดูรายละเอียดให้  ซึ่งทนายสงกานต์ได้รับข้อมูลทั้งหมดไว้

ทนายสงกานต์ ได้โพสต์เพิ่มเติมว่า

อาม ชุติมา” โดยมารดาโดยชอบด้วยกฏหมายมอบหมายให้นักกฏหมายมีหนังสือแจ้งยกเลิกสัญญาทั้งหมดทั้ง 6 ฉบับตั้งแต่ 3 กรกฎาคม 2561  ดังปรากฏในเอกสาร

ส่วนคู่กรณีจะโต้แย้งประการหนึ่งประการใดก็คงต่างฝ่ายต่างโต้แย้งและนำสืบกันในชั้นศาลยุติธรรมตามพยานหลักฐานและพฤติการณ์ในคดีเพื่อให้ศาลได้พิจารณาและมีคำพิพากษาถ้ามิอาจหลีกเลี่ยงได้

ส่วนจะเป็นการใช้ กลฉ้อฉล,กลอุบาย,กลลวง หรือไม่ รวมทั้งข้อสัญญาต่างๆที่เป็นข้อสัญญาสำเร็จรูป ที่ให้”อาม ชุติมา”ได้ลงลายมือชื่อทั้ง 6 ฉบับ หรือ ล่าสุดที่ลงปจว.เกี่ยวกับคดี ที่โรงพัก ตำรวจภูธร นั้น ผลจะเป็นอย่างไรก็คงไปว่ากล่าวกันในชั้นศาล

สมมติว่า มี เจ้าหน้าที่ของรัฐบางราย ที่เข้าไป มีส่วนได้เสีย หรือ ส่วนร่วมในคดี ไม่ว่าจะเป็น นักบินที่รับจ๊อบ ข้ามท้องที่ ข้ามหน่วยหรือ เข้าไป เป็น ผู้สนับสนุน ผู้ยุยง ส่งเสริม หรือ ผู้สนับสนุนหรือ ใช้ โรงพัก ใช้ เจ้าหน้าที่รัฐ ให้ช่วย ลวง” อาม ชุติมา  ” จนหลงเชื่อนั้น เชื่อว่า ผู้บังคับบัญชาระดับสูง ท่าน มีคำตอบในใจ (ถ้ามี )

ส่วนข้อสัญญาต่างๆ หรือ แม้นแต่บันทึก ปจว.ของตำรวจที่ให้” อาม ชุติมา “หลังจากหลงเชื่อจึงได้ลงลายมือชื่อ ไปนั้น จะมีผลผูกพัน หรือไม่ หลังบอกเลิกสัญญาแล้ว จะมีสภาพบังคับหรือไม่ และ เป็นธรรมหรือไม่ นั้นก็คงจะต้องเป็นดุลยพินิจของศาลยุติธรรม