พ่อ หนุ่มอาชีวะ ถูกยิงตาย ชี้ ถึงลูกยิงตำรวจก่อน แถมโดนตำรวจ 1นาย คุณก็ไม่ควรยิงโต้กลับลูก 4 นัด

Advertisement
Loading...

วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 พันจ่าอากาศเอกนภัสกร บุญรัตน์ พร้อมด้วยนางเจียมใจ บุญรัตน์ พ่อและแม่ของนายเอกชัย บุญรัตน์ อายุ 22 ปี นักเรียนเทคโนโลยีบางกะปี ชั้นปีที่ 4 คณะช่างยนต์ ที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด กองบังคับการตำรวจนครบาล 4 ยิงเสียชีวิต จากการเข้าใจผิดคิดว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นคู่อริต่างสถาบัน หลังจากกลับจากงานเลี้ยงของสถาบันฯ เดินทางติดต่อเข้ารับศพนายเอกชัย ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อนำไปบำเพ็ญกุศล

 โดย พันจ่าอากาศเอกนภัสกร บุญรัตน์ บิดา เปิดเผยผลการชันสูตรว่า สูญเสียโลหิตปริมาณมากในช่องอก จากบาดแผลกระสุนปืนทำร้ายหัวใจและปอด ส่วนผลการชันสูตรอย่างละเอียดคาดว่าจะทราบในอีก 45 วัน พร้อมเรียกร้องสำนักงานตำรวจแห่งชาติทำคดีอย่างตรงไปตรงมา หากผลการตรวจสอบพบว่าลูกชายของตนมีส่วนผิด และเป็นฝ่ายยิงปืนใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจก่อน ก็พร้อมยอมรับความจริง แต่ก็ตั้งข้อสังเกตว่า แม้จะมีการยิงก่อน แต่เจ้าหน้าที่ก็ไม่ควรยิงสวนกลับมาถึง 4 นัด จึงมองว่าอาจเป็นการจงใจทำให้ตาย ไม่ใช่แค่จับกุมหรือไม่ จึงอยากให้ตรวจสอบและพิสูจน์ในส่วนนี้เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม 

พันจ่าอากาศเอกนภัสกร กล่าวต่ออีกว่า ส่วนตัวยังไม่ได้พูดคุยกับคู่กรณี แต่ยืนยันว่าลูกชายไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ส่วนมีปัญหาทะเลาะก็มีตามประสาเด็กวัยรุ่น แต่ก็คิดว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร เพราะลูกชายก็ไม่ได้มาปรึกษาอีกทั้งก่อนหน้านี้ก็ได้พูดคุยกับลูกตลอด แม้วันก่อนเกิดเหตุลูกชายไม่ได้กลับมาบ้าน

 

 ขณะที่ตำรวจชุดสืบสวนกองบังคับการตำรวจนครบาล 4 นำรถกระบะมาสด้า 4 ประตู ไฮแรนเซอร์ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ษห7672 กรุงเทพฯ ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกิดการยิงปะทะกับนักเรียนช่างกลย่านมีนบุรี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต เมื่อคืนที่ผ่านมา เข้าตรวจหาวิถีกระสุนปืนและร่องรอยการยิง รวมถึงเก็บพยานหลักฐานอื่น ๆ เพิ่มเติมที่สำนักงานพิสูจน์หลักฐานกลาง สํานักงานตํารวจแห่งชาติ

        โดย พล.ต.ต.ทิวธวัช นครศรี ผู้บังคับการกองพิสูจน์หลักฐานกลาง ระบุว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการปฏิบัติหน้าที่และรวบรวมพยานหลักฐานของเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน เพื่อส่งมอบให้กับพนักงานสอบสวนในคดี โดยเบื้องต้นยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ ขอเวลาในการทำงานจึงจะทราบข้อเท็จจริง

  ขณะเดียวกันมีรายงานว่าการตรวจพิสูจน์วิถีกระสุนในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบจำนวนกระสุนที่ถูกยิงไปที่รถกระบะ บริเวณประตูฝั่งคนขับทั้ง 5 นัด ว่าจะมีการยิงมาจากทิศทางเดียวกันหรือไม่ รวมทั้งระยะห่างไกลจากจุดยิงมากน้อยเพียงใด ซึ่งเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นการยิงหวังผลให้เสียชีวิต ต้องรอตรวจสอบพยานหลักฐานชิ้นอื่น ๆเพิ่มเติม ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานกลางได้รับพยานหลักฐานมาเพียงแค่รถยนต์กระบะเท่านั้น หลักฐานอื่น ๆ เช่น ปลอกกระสุน หัวกระสุน ขณะนี้อยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่ที่ไปตรวจที่เกิดเหตุชยังไม่ได้รับมอบ ซึ่งหากได้รับพยานหลักฐานทั้งหมดแล้วก็อาจจะสามารถชี้ชัดได้ว่ารอยกระสุนปืน ทั้ง 5 นัด มาจากปืนกระบอกเดียวกันหรือไม่ รวมถึงผู้ที่ก่อเหตุยิงมีกี่คน

Advertisement

 

        ทั้งนี้เฟซบุ๊ก Red Skull ช่วยเหลือเหยื่อจากชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้มีการโพสต์ภาพ พร้อมข้อความระบุว่า นายเอกชัย บุญรัตน์ เคยมีประวัติเรื่องยาเสพติด และครอบครองปืนมาแล้ว พ่อไปอยู่ที่ไหนมา ไม่รู้ว่าลูกชายมีประวัติ ทุกเรื่อง  ลูกฉันเป็นคนดีเกิ๊ลลลลล

ภาพจาก เฟซบุ๊ก Red Skull ช่วยเหลือเหยื่อจากชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม

ยกตัวอย่างแถวบ้าน ทีมงานนะ เพราะแถวบ้านมีโรงเรียนอาชีวะถึง 3 แห่งอยู่ไกล้ๆกัน  คือ ตัวเด็กมันไม่ได้เหี้ยเสมอไปหรอก บ้างที่เป็นที่สังคม  และตัวเด็กเองมันคิดเองไม่ได้  การอบรม และปัจจัยสำคัญคือ เพื่อน  บวกกับสภาพแวดล้อม  เวลา อยู่เป็นกลุ่มมันจะห้าวๆ หน่อย พออยู่คนเดียวต้องเดินปิดหัวเข็มขัด กลัวถูกตบกระบาล

Loading...