สุเทพ ประกาศลั่น ตอนนี้!! “หมดเวลาเกรงใจ” ชวนคนเคยจะเลือก ปชป. ให้ไปร่วมหนุน “บิ๊กตู่” แทน

Advertisement
Loading...

สืบเนื่องจากกรณี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ประกาศจุดยืนทางการเมืองชัด ๆ ของตนเอง ที่จะไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)

ซึ่งต่อมา นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) และสมาชิกพรรค ได้ขึ้นเวทีปราศรัยพบประชาชนที่สวนพระนารายนณ์ อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา โดยตอนหนึ่งของการปราศรัยในช่วงนาทีที่ 1.33.00 นายสุเทพ ได้พูดถึงกรณีที่ นายอภิสิทธิ์ ประกาศจุดยืนทางการเมืองอย่างชัดเจนแล้วว่า จะไม่สนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์    ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า นายสุเทพ ได้โพสต์คลิปวิดีโอขณะปราศรัยหาเสียง พร้อมกับระบุข้อความว่า…

Advertisement

 

 

“หมดเวลาเกรงใจกันแล้ว”

ก็เป็นที่ชัดเจนกันซะทีครับ หลังจากได้เห็นคลิปและจดหมายของท่านหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ประกาศออกมา“แบบไม่แทงกั๊ก”แล้วว่า จะไม่ขอสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯต่อแน่นอน โดยให้เหตุผลว่าการสืบทอดอำนาจจะสร้างความขัดแย้ง และขัดกับอุดมการณ์ที่ว่าประชาชนเป็นใหญ่ รวมทั้งเมื่อ 5 ปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจได้เสียหายมาก

ผมเคารพในการตัดสินใจครั้งนี้ของท่าน แต่ก็เสียดายในฐานะคนคุ้นเคย ที่เคยร่วมในอุดมการณ์เดียวกันมาอย่างยาวนาน
เคยร่วมสร้างปาฏิหาริย์ครั้งที่ 1 โดยการออกมาเดินบนท้องถนนท่ามกลางมวลมหาประชาชนเรือนแสนเรือนล้าน เพื่อโค่นล้มระบอบทักษิณและคว่ำกฎหมายนิรโทษกรรมเหมาเข่ง

วันนี้ท่านคงบวก ลบ คูณ หาร เรียบร้อยแล้ว ถึงเลือกข้างชัดเจน และเลือกที่จะยืนอยู่ในฝ่าย “ไม่เอาทหาร” โดยมองข้ามต้นสายปลายเหตุของความขัดแย้งที่แท้จริงไปหมดสิ้น

ทำให้ผมนึกถึงเมื่อครั้งที่ 2 พรรคใหญ่ ทั้งเพื่อไทยและประชาธิปัตย์ ต่างพร้อมใจประกาศไม่รับร่างรัฐธรรมนูญปี2560 และครั้งนั้นก็เกิดปาฏิหาริย์ขึ้นบนแผ่นดินไทยอีกเป็นครั้งที่2 เมื่อพี่น้องประชาชนจำนวนถึง สิบหกล้านแปดแสนคน พร้อมใจกัน ออกมาลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญ จนทำให้ได้ชื่อว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน เพราะเป็นวิธีการที่ชาติสากลยอมรับมากที่สุด เนื่องจากสามารถสะท้อนความต้องการของประชาชนได้ทางตรง โดยไม่ผ่านตัวแทนในสภา
แต่เสียดายที่ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ กำลังถูกนักการเมืองบิดเบือนที่มา โดยยัดเยียดคำว่าเผด็จการสืบทอดอำนาจให้ แต่แท้จริงมันคือฉบับที่ทำให้ประเทศเดินอย่างมีทิศทาง เป็นฉบับปราบโกง ที่นักการเมืองเขาเกลียดกันนักหนา “ถึงกับจ้องจะแก้กัน” และที่สำคัญ เป็นไปตามเจตนารมณ์ปฏิรูปเปลี่ยนแปลงประเทศของมวลมหาประชาชน

ในเมื่อพรรคประชาธิปัตย์เขาเลือกข้างมาแล้ว
ผมเห็น“ข้อดี”ก็คือ จะทำให้พี่น้องมวลมหาประชาชนที่เคยออกมาชุมนุมในครั้งนั้น คนที่เคยเสียสละ เสียเลือด เสียเนื้อ บาดเจ็บล้มตายเพราะมีอุดมการณ์ร่วมกันในครั้งนั้น   คนที่เคยเลือกประชาธิปัตย์มาตลอดชีวิตเหมือนผม  ตัดสินใจชัดเจน ประกาศหนุนพลเอกประยุทธ์ “แบบไม่ต้องเกรงใจ ด้วยเช่นกัน”

Loading...