หลานสาวดับเครื่องชนเพื่อน้า ย้อนคดี!!? พลทหารวิเชียร ชีวิตน่าเวทนา ถูกซ้อมตายที่ค่ายทหาร

จากประเด็น น้องเมย์ น.ส.นริศราวัลถ์ แก้วนพรัตน์ “หลานสาวพลทหารวิเชียร เผือกสม” ทหารเกณฑ์ที่เสียชีวิตในค่ายทหารนราธิวาส เมื่อปี 2554 เธอเดินหน้าสู้คดีร้องขอความเป็นธรรมให้น้าชายตัวเอง จนเรื่องราวถูกเปิดเผยกลายเป็นข่าวใหญ่ กับภาพศพพลทหารวิเชียร เผือกสม ที่เสียชีวิตแบบทรมาน

223

ผลการสอบสวนออกมาก่อนหน้านี้ ว่ามีทหาร 10 นาย มีความผิดร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนถึงแก่ความตายโดยไม่เจตนา แต่ข่าววานนี้ปรากฏว่าน้องเมย์ ถูกจับให้ไปรับทราบข้อกล่าวหาที่ สภ.นราธิวาสในช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ข้อหากระทำผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา และกระทำผิดพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550

เพราะเธอได้แชร์ข้อความเรื่องราวของพลทหารวิเชียร เผือกสม ในเฟซบุ๊ก

264

จากกรณี พลทหาร วิเชียร เผือกสม บุคคลที่จบ ปริญญาโท แล้วสมัครใจเข้ารับราชการเป็นทหารเกณฑ์ประจำการ ที่ค่ายแห่งหนึ่งในจังหวัดนราธิวาส

แม้คดียังไม่มีความคืบหน้ามากนัก ในทางอาญาตัวผู้กระทำความผิดทั้ง 10 นายยังไม่ได้รับการรับโทษอย่างเป็นรูปธรรม

แต่ล่าสุด ก็ได้มีผู้ใช้เฟสบุ็คชื่อว่า  Max Sirichai เปิดเผยข้อมูลของหลานสาวของ นายวิเชียร เผือกสม ชื่อว่า นางสาวนริศราวัลณ์ แก้วนพรัตน์ ที่เป็นเพียงนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในที่นี้เรียกเธอว่าน้องเมย์ น้องเมย์เป็นคนรวบรวมเอกสาร ยื่นฟ้อง หน่วยงาน และนายทหารทั้ง 10 นาย  ในช่วงเวลา 4 ปีที่ผ่านมา เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมคืนให้กับคนในครอบครัวที่เสียไป แน่อยู่แล้วว่า ภาระที่ได้รับนั้นยิ่งใหญ่เกินกว่าเด็กผู้หญิงคนหนึ่งจะรับได้ แต่ก็จำเป็นต้องทำ เพราะเธอเปรียบเสมือนคนที่มีความรู้ที่สุดในครอบครัว ถึงแม้จะต้องขาดเรียนและเสียสมาธิเพื่อให้คดีเดินหน้า เธอก็ไม่ท้อถอย แต่ที่ทำให้เมย์รู้สึกเจ็บปวด และกั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ คือ เมื่อเธอต้องโดนอำนาจมืดข่มขู่ ทั้งตัวเธอและครอบครัว จนทำให้เกิดกระแสการแชร์ในโซเชียลมีเดียเพื่อปกป้องเธอไม่ให้เคราะห์ร้ายอย่าง น้าชายของเธออีกครั้ง ความว่า

 

คนนี้ชื่อเมย์ เด็กธรรมศาสตร์ คณะสังคมสงเคราะห์ เพิ่งจบมาได้ปีกว่าๆ แต่ชีวิตนั้นไม่ธรรมดาเหมือนเด็กจบใหม่แบบเราทั่วไป เราทึ่งและนับถือมาก

เมย์เป็นผู้หญิงที่เรียน รด. ตอน ม.ปลาย เพราะสนใจการฝึกทหาร แต่ยังไม่ใช่ประเด็น

ตอนเมย์เรียนอยู่ปี 2 คนในครอบครัวที่สนิทสนมและผูกพันมานาน คือ น้า วัย 26 ปี ไปสมัครเกณฑ์ทหาร แถมยังอาสาลงไปหน่วยที่ 3 จังหวัดใต้ ชื่อ วิเชียร ไม่ชัวร์ว่าเขาคิดอะไรขณะนั้น เพราะเขาไม่อยู่มาเล่าให้ฟังแล้ว (เราโพสเรื่องนี้บ่อยจนบางคนอาจจะเบื่อ แต่นี่เป็นอีกมุมที่น่าเล่ามาก)

แต่วันที่ 2 ของการฝึก มันคือจุดเริ่มต้นของนรกบนดิน วิเชียรเป็นลมขณะยืนแถว ครูฝึกบอกว่าแกล้งทำสำออย แล้วเริ่มลงโทษหนักกว่าคนอื่นทุกวัน

ต่อมา วิเชียรเผลอเรียกตัวเองว่า “อาตมา” และเรียกครูฝึกว่า “โยม” เพราะก่อนเข้าค่าย เขาเพิ่งสึกจากพระซึ่งเป็นมานานถึง 8 ปี ครูฝึกก็ด่าประมาณว่า “กูเพื่อนเล่นมึงเหรอ” วิเชียรบอกว่าไม่ได้ตั้งใจ แต่ครูฝึกคิดว่าท้าทาย อยากโดน ก็เลยลงโทษทางร่างกายหนักขึ้นเรื่อยๆ

วันที่ 9 ของการฝึก วิเชียรทนไม่ไหว ตัดสินใจหนีกับเพื่อน 3 คน ครูฝึกตามล่าตัวกลับมาได้ในวันเดียวกัน และไม่ได้ทำโทษให้เหนื่อย เช่น วิ่ง ดันพื้น ลุกหมอบ ฯลฯ อย่างเดียวแล้ว แต่มีการเฆี่ยน ตี ตบ กระทืบด้วยคอมเเบท

267

(นึกถึงสภาพจิตใจคนที่เป็นพระมาตลอด 8 ปี จู่ๆมาเจออะไรแบบนี้)

วิเชียร หนีออกจากค่ายอีกเป็นครั้งที่ 2 โดยลำพัง และไม่มีเงินติดตัว ผ่านไป 3 วัน โดนผู้ใหญ่บ้านพามาส่งกลับที่ค่ายทหาร

แล้วขุมนรกบนดินอย่างแท้จริงก็เปิดฉาก วิเชียรโดนฆ่าทรมานอย่างทารุณเท่าที่เราจะจินตนาการได้ กลางสถานที่ราชการ โดยข้าราชการ ท่ามกลางข้าราชการและทหารใหม่นับ 200 คน ใครยังไม่รู้ ชมเหตุการณ์จำลองใน

ขณะเมย์เรียนอยู่ ปี 2 ต้องเผชิญความจริงว่า น้าจากไปไม่มีวันกลับแล้ว แต่สิ่งที่คนเป็นต้องเจอหลังจากนั้นก็โหดร้ายซ้ำสอง

บอสของหน่วยฝึกที่เพิ่งฆ่าคน มาเสนอคลุมธงชาติและจะขอพระราชทานเพลิงศพ ครอบครัวยอมไม่ได้ เพราะมันเหมือนการกลบเรื่องว่า “เขาตายในหน้าที่แบบชายชาติทหาร” ทั้งที่ตายเพราะ ” ถูกทหารยศสูงกว่าฆ่าทรมาน”

มีอดีตทหารอีกรายมาเกลี้ยกล่อม “คนตายไปแล้ว ควรคิดถึงคนที่มีชีวิตอยู่มากกว่าร้องเรียนไปก็เท่านั้น มีแต่เสียกับเสีย แล้วเป็นแค่ชาวนาจะเอาปัญญาอะไรไปสู้กับเขา ถ้าตายในหน้าที่ยังได้เงินทดแทนแสนสองแสน”

 

บอสหน่วยฝึกชี้แจงว่า ปีที่แล้ว มีคนเสียชีวิตแล้ว 1 นาย จ่ายไป 3 ล้าน ถ้าทางบ้านจะเอาอย่างนั้นก็ได้

( แต่พอรู้ว่าทหารเกณฑ์ที่ตายไปจบ ป.โท ก็เสนอตังค์ปิดปากเพิ่มเป็น 5 ล้าน )

แต่เมย์ยืนยันจะเอาเรื่องคนทำผิด การข่มขู่เริ่มขึ้น มีคนส่งกระสุนปืนใส่ซองธูป มาที่บ้านเมย์ มีรถตู้ปริศนาหลายคันมาจอดแถวๆบ้าน  มีทหารมาถามคนในพื้นที่ว่า บ้านของวิเชียรคือหลังไหน  แม่ของผู้ตายก็เคยถูกถาม จนต้องแกล้งเป็นใบ้

ครอบครัวต้องทำหนังสือให้ตำรวจมาดูแลในงานศพ การนำศพไปชันสูตรก่อนเผา ก็ต้องทำอย่างลับ เพราะกลัวถูกทหารกันท่า

เมย์ต้องพูดต่อหน้าทหารและทุกคนที่มาในงานศพว่า ครอบครัวของเธอไม่เกี่ยวข้อง เธอเป็นเพียงคนเดียวที่เดินเรื่องในการเอาผิดคนทำ

ฉะนั้น “ถ้าจะทำอะไร ก็ทำหนูคนเดียว อย่าไปยุ่งกับครอบครัว”

 

เมย์ส่งหนังสือขอให้ทหารสอบสวนและเอาผิดเรื่องนี้ เริ่มจาก

1. ทำหนังสือส่งไปที่หน่วยที่วิเชียรไปฝึก  แต่ไม่มีไรเกิดขึ้น

2. ทำหนังสือส่งไปที่หน่วยที่ใหญ่กว่า ดูแล 3 จังหวัดใต้ แต่ไม่มีไรเกิดขึ้น

3. ทำหนังสือส่งไปที่แม่ทัพภาค 4 แต่ไม่มีไรเกิดขึ้น

4. ทำหนังสือส่งไปหาประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทัพบกในตอนนั้น  แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

สะท้อนว่า ชีวิตพลเรือนที่มาเกณฑ์ทหาร 1 ชีวิต เป็นผักปลา และไร้ค่าในสายตาทหารขนาดไหน

สัปดาห์ที่ผ่านมา เราสัมภาษณ์เมย์ และเธอได้เอาหนังสือที่ตัวเองเดินเรื่องทั้งหมดมาวางเรียงกัน 20-30 ฉบับ ดังภาพ และกระทบการเรียนมาก กับการที่ต้องมาวิ่งวุ่นไปทั่ว เพราะคนในครอบครัวถูกฆ่า โดยไม่มีใครทำอะไร และหน่วยงานที่ไปร้องเรียนไว้ เรียกเอกสาร ก็ต้องทิ้งห้องเรียนเดินทางไปหาทันที หลายๆครั้งเรียนไม่รู้เรื่อง เมย์เล่าว่าเคยถึงกับร้องไห้ออกมากลางชั้นเรียน เพราะทุกๆอย่างมันเกินกว่าที่เด็กปี 2 จะรับไหว แต่อาจารย์หลายคนก็ช่วยเรื่องการเรียน

วันที่เมย์มาให้สัมภาษณ์ ยังบอกว่า ทุกวันนี้ต้องใช้ชีวิตอย่างระวังตัว ไม่ประมาท 4 ปีที่ผ่านมา worst case ที่ต้องระวังตัวคือ “การถูกอุ้ม”

พลเรือนไม่สามารถฟ้องทหารโดยตรงได้ หากทหารฆ่าคนในครอบครัว  ทุกคนในประเทศนี้จงตระหนักไว ต้องให้หน่วยงานรัฐเป็นผู้ฟ้องเอง และต้องผ่านการชี้มูลว่า “ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่” ก่อน…… เธอเดินเรื่องไปฟ้อง ป.ป.ช. เวลาผ่านไปน๊านนนนาน ป.ป.ช. บอกว่าตัวเองมีอำนาจพิจารณาเฉพาะความผิดทหารยศพลตรีขึ้นไป

จึงโยนเรื่องไปอีกองค์กร คือ ป.ป.ท. และเริ่ม start ใหม่

เมย์เสียเวลาไปทั้งหมด 4 ปี และฆาตกรเหล่านั้นยังใช้ชีวิตตามปกติ รับราชการ กินเงินเดือนจากภาษีประชาชน

บอสของหน่วยฝึก คือคนสั่งกระทืบ ระหว่างที่วิเชียรถูกกระทืบและร้องโหยหวน บอสคนนั้นรู้สึกว่ามันเสียงดัง จนต้องชะโงกหน้าออกมาบอกว่า “ทำเบาลงหน่อย” ครูฝึกพาวิเชียรไปกระทืบต่อ โดยนางไม่ได้ออกมาห้าม หลังวิเชียรตาย เป็นคนมาเสนอคลุมธงชาติ เสนอเงิน กลบเรื่องราว

ตอนนั้นบอสหน่วยฝึกมียศเป็นร้อยโท และปัจจุบันหัวหน้าฆาตกรคนนี้ เลื่อนยศเป็น “ร้อยเอก” และกำลังจะเลื่อนขั้นเป็น “พันตรี”  ที่สำคัญ นางมีพ่อเป็น “พลโท” จึงน่าสังเกตว่านี่อาจเป็นสาเหตุที่นางยังสามารถกินเงินเดือนภาษีประชาชนทั้งที่เพิ่งไปพรากลูกเขามา “ฆ่า” จนทุกวันนี้

268

ขอบคุณที่อ่าน ทุกคนคงเห็นแล้วว่าเราอินกับเรื่องนี้มาก และมันทำให้เราสะเทือนขวัญมาก เพราะเคยรู้ว่า “มันใกล้ตัว” ขณะที่สังคมส่วนใหญ่ ยังเพิกเฉยกับเรื่องนี้

เมย์ยังคงวิ่งไปตามสื่อต่างๆเพื่อเล่าเรื่องนี้ให้เยอะที่สุด

หวังให้เป็นกระแส แต่จุดติดยากจริง

ได้แต่หวังลมแล้งๆ ว่าจะไม่มีใครต้องมาโดนแบบนี้อีก

เพราะสิ่งที่เธอทำไป ก็เพื่อ

ไม่อยากให้ใครต้องมาโดนแบบพี่ชาย