-

หมอยง แจงปมกรณีปรับสูตร “ฉีดสลับวัคซีนซิโนแวคเข็มแรก-แอสตร้าเซนเนก้าเข็มสอง” เผย ไวรัสหรือแบคทีเรียต่างๆ มันคงไม่รู้หรอกว่าวัคซีนที่ฉีดไปเนี่ยยี่ห้ออะไร

ไทยได้ปรับสูตรการฉีดวัคซีน COVID-19 สลับชนิด โดยฉีดวัคซีน Sinovac ในเข็มแรก ตามด้วยวัคซีน AstraZeneca ในเข็มที่ 2 แล้วเมื่อวานนี้ (13 กรกฎาคม) ซึ่งทำให้ไทยกลายเป็นประเทศแรกๆ ที่เลือกฉีดวัคซีนสลับชนิด ด้วยวัคซีนจาก 2 ผู้ผลิตดังกล่าว

ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงการฉีดวัคซีน COVID-19 สลับชนิด ที่กระทรวงสาธารณสุข วันนี้ (14 กรกฎาคม) โดยระบุว่าการปรับการฉีด เกิดขึ้นจากการที่ไทยต้องจัดการบริหารวัคซีนเท่าที่มีอยู่ เนื่องจากไทยมีแค่วัคซีนเชื้อตาย (Sinovac) และไวรัสเวกเตอร์ (AstraZeneca)

ศ.นพ.ยง ระบุว่า เชื้อเดลตาต้องการภูมิต้านทานที่สูงขึ้น มากกว่าวัคซีนที่ผลิตจากสายพันธุ์อู่ฮั่น ในทางปฏิบัติ จึงต้องนั่งพิจารณา โดยพบว่า การฉีด AstraZeneca ยิ่งห่างกันนาน ยิ่งส่งประสิทธิภาพดี โดยการรอ AstraZeneca เข็มที่ 2 จะต้องใช้เวลากว่า 10 สัปดาห์ ซึ่งจะไม่ทันกับการระบาดของเชื้อเดลตาในไทย การฉีด Sinovac สลับกับ AstraZeneca จึงจะเหมาะสมมากที่สุดในสถานการณ์ตอนนี้

ศ.นพ.ยง กล่าวว่า การฉีดวัคซีนเชื้อตายก่อน จะเหมือนทำให้ร่างกายติดเชื้อ และหลังจากนั้น 3-4 สัปดาห์ ให้ทำการฉีดวัคซีนเวกเตอร์เข้าไปกระตุ้น จะทำให้มีการกระตุ้นภูมิต้านทานที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ถึงแม้จะไม่สูงเท่า AstraZeneca 2 เข็ม ในระยะเวลา 12 สัปดาห์ ซึ่งสามารถป้องกันเชื้อกลายพันธุ์ได้ แต่การฉีด Sinovac ตามด้วย AstraZeneca สูงใกล้เคียงกับ AstraZeneca 2 เข็ม จะใช้ระยะเวลาที่สั้นกว่าเพียงแค่ 6 สัปดาห์

ศ.นพ.ยง ระบุว่า ในอนาคตหากมีวัคซีนที่ดีกว่า ค่อยหาวิธีการที่ดีกว่า โดยหากมีเชื้อกลายพันธุ์ไปมากขึ้น ก็อาจจะมีวัคซีนที่ผลิตขึ้น เพื่อรับมือกับเชื้อกลายพันธุ์ใหม่ๆ ได้ โดยการฉีด Sinovac กับ AstraZeneca ในตอนนี้ จะทำให้มีการป้องกันเชื้อกลายพันธุ์ได้สูง จากการศึกษาเบื้องต้นในไทยที่ออกมาแล้ว มีการฉีดวัคซีนสลับแบบนี้ไปมากกว่า 1,200 คน พบว่าไม่มีอาการข้างเคียงรุนแรง ในผู้รับวัคซีนสลับสูตรดังกล่าวทุกคน ข้อมูลเหล่านี้ระบุได้ว่า การฉีดสลับชนิดนั้นปลอดภัย ส่วนผลการศึกษาโดยละเอียดจะออกมาภายในสิ้นเดือนนี้

ศ.นพ.ยง ยอมรับว่า สายพันธุ์ส่วนใหญ่ที่ระบาดในไทยตอนนี้ คือ สายพันธุ์เดลตาแล้ว และมีแนวโน้มจะระบาดทั่วประเทศเป็นส่วนใหญ่แน่นอน ส่วนสายพันธุ์เบตาที่หลบเลี่ยงวัคซีนได้ดี มีการแพร่ระบาดได้น้อยกว่าเดลตา เชื้อเบตาจึงขึ้นมาระบาดแซงหน้าไม่ได้ ส่วนประชาชนควรยึดหลักการใส่หน้ากาก 100 เปอร์เซ็นต์ เว้นระยะห่าง และสุขอนามัยครบถ้วน ซึ่งให้ผลลัพธ์ป้องกันการติดเชื้อ COVID-19 ดีกว่าการฉีดวัคซีนที่มีอยู่เสียอีก

“ผมยกตัวอย่างวัคซีนในเด็ก เกือบทุกชนิดไม่ว่าตั้งแต่ ไข้สมองอักเสบ ป้องกันท้องเสีย เมื่อผลิตออกมาใหม่ๆ แต่ละบริษัทบอกว่า การใช้จะต้องไม่ข้ามกัน เข็ม 1 เข็ม 2 เข็ม 3 จะต้องใช้ยี่ห้อเดียวกัน แต่ต่อมาแม้กระทั่งวัคซีนท้องเสียโรตา หรือแม้กระทั่งวัคซีนคอตีบ ไอ กรน บาดทะยัก เวลาใครไปฉีดในเด็ก เคยถามไหมว่าลูกฉีดยี่ห้ออะไร ปีนี้ประมูลได้ยี่ห้ออะไร ปีหน้าประมูลได้ยี่ห้ออะไร ไวรัสหรือแบคทีเรียต่างๆ มันคงไม่รู้หรอกว่าวัคซีนที่ฉีดไปเนี่ยยี่ห้ออะไร” ศ.นพ.ยง ยกตัวอย่าง เปรียบเทียบการฉีดวัคซีนข้ามบริษัท ที่เคยมีมาก่อน เช่นเดียวกันกับที่มีการฉีดวัคซีน COVID-19 ในไทยตอนนี้

ศ.นพ.ยง ยกตัวอย่างวัคซีนในเด็กอื่นๆ เมื่อผลิตออกมาใหม่ๆ บริษัทมักแนะนำว่าการใช้จะต้องไม่ใช้ข้ามยี่ห้อ แต่ต่อมา วัคซีนทั้งหมดก็ฉีดไม่ซ้ำยี่ห้อ เช่น วัคซีนคอตีบ ไอ กรน ไวรัสคงไม่รู้ว่าวัคซีนที่ถูกฉีดเป็นยี่ห้ออะไร ในทำนองเดียวกัน เมื่อผลิตวัคซีน COVID-19 ต่างรูปแบบใหม่ๆ ต่างบริษัทก็ต่างบอกว่าให้ฉีดวัคซีนของบริษัทตัวเอง การใช้สลับจึงต้องมีการศึกษาออกมาก่อน เช่น การฉีดสลับระหว่างวัคซีนไวรัสเวกเตอร์ และ mRNA ในสหราชอาณาจักร

ศ.นพ.ยง แนะนำว่า ไม่จำเป็นจะต้องถามว่าควรฉีดวัคซีนไหม แต่เมื่อใครถึงเวลานัดการฉีดก็ขอให้ไปฉีด ส่วนการฉีดวัคซีนในเด็ก จะต้องรออีกสักพัก เพราะการติดเชื้อในเด็กมีความรุนแรงน้อยมาก เนื่องจากโอกาสการป่วยและเสียชีวิตในเด็กจาก COVID-19 รุนแรงน้อยกว่าผู้ใหญ่ และวัคซีนที่จะใช้ ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยมากกว่าผู้ใหญ่

ฟังการแถลงฉบับเต็มได้ที่: fanmoph

Recent posts

Popular categories

Recent comments

error: Content is protected !!