-

เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลสนาม เริ่มเจอปัญหาผู้ป่วยโควิด ครบกำหนดกลับบ้านแต่ไม่ยอมกลับ โดยบอกว่า “แล้วจะให้ผมไปทำอะไร ไม่มีงาน ไม่มีเงิน ไม่มีกิน…”

โรงพยาบาลบุษราคัม ในอาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ซึ่งสามารถรองรับผู้ป่วยโควิดสีเหลืองอาการน้อย-ปานกลาง ได้ถึง 1,092 เตียง มีเจ้าหน้าที่หมุนเวียนปฏิบัติหน้าที่ รวม 780 คน เน้นดูแลผู้ป่วยทั้งกายและใจ

เพจ ‘ไขปัญหากับอายุรแพทย์ โดยราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย’ ได้มีการเปิดเผยข้อมูลการทำงานของบุคลากรด่านหน้าในโรงพยาบาลสนามบุษราคัม ถึงความลำบากในการทำงานของบุคลากร ระบุว่า “ขอรายงานสายตรงของน้องหมอเมด ที่ไปช่วยงานโรงพยาบาลสนามบุษราคัม ต่อจากสัปดาห์ก่อน ข้อมูล ณ วันที่ 19/07/2564 ยอดเตียงรวม 3,700 เตียง เท่าเดิม

– ICU 12 เตียง : ETT 8 เตียง, HFNC 4 เตียง : จุดประสงค์เพื่อเอาไว้ดูแลเคสเพื่อรอ refer แต่การ refer ยากมา กกลายมาเป็น refer ไม่ออกเลย มีการคุยกันเรื่องที่จะสร้าง ICU แยกออกมาอีกส่วน เพื่อให้ดูคนไข้ได้มากยิ่งขึ้น อาจต้องมีการแยกทีม ICU ออกมาต่างหาก ส่วนตัวคิดว่ามันน่าจะดีกับผู้ป่วยถ้าทำได้จริง แต่มันเป็นการเพิ่มอะไรไปเรื่อย โดยที่ทรัพยากรเท่าเดิม ไม่ได้ตระหนักถึงศักยภาพที่แท้จริงของทรัพยากร และบุคลากรเลย

– HFNC 209 เตียง : ซึ่งมีจำนวน High Setting ที่มากขึ้น รวมทั้งมีการ advance care plan ในคนไข้ที่มีโรคประจำตัวเยอะ อายุเยอะ เพราะถ้า on ETT ไม่มีที่ refer ก็ดูแลไม่ไหวอยู่ดี ที่เหลือเป็น ผู้ป่วยสีเหลืองและสีเขียว สถานที่ และ บุคลากรเฉพาะแพทย์ ยังเหมือนเดิม จากที่เคยเล่าให้ฟังเมื่อรอบที่แล้ว

– เรื่องคนไข้เสียชีวิต : ปัจจุบันมีการคุยเรื่อง advance care plan ในคนไข้ที่ดูหนักเกินศักยภาพ แต่เมื่อเสียชีวิตก็ส่งตัวไปที่พระนั่งเกล้า เพื่อจัดการด้านหลังการเสียชีวิตที่พระนั่งเกล้าตามระบบ เข้าใจว่าจะได้ไม่ต้องมาสร้างระบบจัดการเรื่องหลังการเสียชีวิตที่นี่

ค่าตอบแทน : มีการประชุมในวันที่อาจารย์โพสต์ใน FB คืนนั้นเลย และมีประกาศแจ้งมาอีกประปราย โดยสรุปว่า

– ยืนค่าเสี่ยงภัยได้ทุกเวร แต่ก็ยังให้คำตอบไม่ได้ว่าได้เมื่อไหร่

– ค่า OT : ให้เบิกจากจำนวนเวรที่อยู่ทั้งหมด ที่อยู่เกินจากเวลาราชการ โดยครั้งแรกแจ้งว่าได้ 750 บาท/8 ชม. แต่มีคนไปดูระเบียบมาว่าจริงๆ ต้องได้ 1,800 บาท/8 ชม. สุดท้ายจึงมาเปลี่ยนว่าให้ 1,800 บาท/8 ชม. ก็เลยคิดว่าในเมื่อระเบียบมีแต่แรก ทำไมต้องมาลดค่า OT เราในการแจ้งครั้งแรก

– ค่าที่พัก / ค่าเดินทาง : ค่าที่พักเบิกได้ แต่สำหรับคนที่ไม่อยู่ที่พักที่จัดให้ จะให้เบิกค่าเดินทาง จากเดิมที่แจ้งที่กระทรวงว่าวันละ ไม่เกิน 600 บาทตามระเบียบ เป็นได้เท่าอัตรารถประจำทาง ค่าโดยสารเที่ยวละ 8 บาท (แม้ว่าบางทีเราออกเวรเที่ยงคืน ในยามที่ห้ามออกจากเคหะสถาน)

– เบี้ยเลี้ยงเบิกไม่ได้ เพราะที่ รพ.บุษราคัม มีอาหาร เช้า-กลางวัน-เย็น วันไหนที่ไม่ได้อยู่เวรก็ให้นั่งรถมากินข้าวที่ รพ. (ระยะทาง 7.1 กม. ตาม google MAP)

– ระยะเวลาการทำงาน : ทำงานที่นี่ต่อในเดือน สิงหาคม ส่วนหลังจากนั้นยังไม่ทราบ ต้องรอเบื้องบนสั่งการมา ยังไม่มีระบบการหมุนเวียนอายุรแพทย์กลุ่มอื่นมาช่วย ต้องรอคำสั่ง ทุกอย่างรอเสนอ และรอตอบรับ ซึ่งต้นสังกัดบางแห่งที่ผู้ป่วย และภาระงานหนักได้มีการท้วงติงเรื่องนี้แล้ว แต่ก็ยังยืนยันว่าพวกเราต้องอยู่ต่อ ปัญหาเพิ่มเติม

– เคสหนักมากขึ้น จึงมีความต้องการเพิ่มอะไรไปเรื่อยๆ ตามความหนัก โดยบุคลากรเท่าเดิม มีการคาดหวังให้ทีมพวกเราไปเติมเต็มในงานที่จะเพิ่มขึ้น และส่วนที่ขาด เช่น ทีม MERT ที่ต้องเข้าไปดูแลคนไข้ด้านในมีปัญหา ก็มีการถามว่าพวกเราจะทำอย่างไรดี ซึ่งส่วนตัวสุดท้ายคิดว่าเหมือนมีคนไข้เป็นตัวประกัน ถ้าคนไข้หนัก ทีม MERT ไม่มี แล้วอย่างไร คำตอบก็คือคนที่มีอยู่ ซึ่งจะใครถ้าไม่ใช่พวกเรา

ทีมแพทย์หมุนเวียนจากต่างจังหวัดมีช่องว่างในการหมุนเวียน ทำให้บางช่วงมีแค่พวกเราที่ทำงาน ครั้งละ 1-2 วัน / รอบ 2 สัปดาห์ ซึ่งวันนั้นๆ ทำให้พวกเราหนักเอาเรื่องเลย

” ปัญหาคนไข้ที่ครบกำหนดกลับบ้านบางส่วนไม่ยอมกลับ โดยบอกว่ากลับไปแล้วจะให้ผมไปทำอะไร ไม่มีงาน ไม่มีกิน อันนี้เริ่มเจอมากขึ้นเรื่อยๆ “

สุดท้ายก็เกิดปัญหาเตียงเต็ม การทำงานด้วยระบบราชการ คือ ประชุมขอความเห็น นำไปเสนอข้างบน รอข้างบนตอบ เอามาเล่าให้ฟังว่าโอเคไหม แล้วก็นำกลับไปเสนอ ไปๆ มาๆ รอคนมีอำนาจ และมีอำนาจเหนืออำนาจอีกชั้นนึง

ทีมงานบางคนที่มีความจำเป็นในด้านอื่นนอกจากการทำงาน ไม่ว่าจะครอบครัว หรือ ส่วนตัว เริ่มมีการหาลู่ทางในการลาออกจากราชการแบบจริงจังกันแล้วพอสมควร มีการพูดถึงความไม่แน่นอนในการทำงานที่นี่ตลอดเวลา บางคนพูดว่าการทำงานไม่ได้ทำด้วยความสบายใจ มันคือการบังคับ บนคำว่าขอความร่วมมือ เหมือนมีจรรยาบรรณ และสังคมมาเป็นกรอบที่พวกเราต้องทำไป ไม่ได้มีแผนการ

สุดท้ายมีคนถามเรื่องวัคซีน คำตอบคือ เป็นเรื่องที่เกินกว่าจะนำมาพูดได้ในที่นี้อย่างที่เรารู้ๆ กัน น้องหมอเมดรายงานผ่าน พล.อ.ท.นพ.อนุตตร จิตตินันทน์ ประธานราชวิทยาลัยอายุรแพทย์โดยตรง โดยไม่ได้ตัดแต่งหรือเพิ่มเติมเนื้อหาอะไรทั้งสิ้น เพื่อให้ทราบถึงข้อเท็จจริงจากหน้างานโดยตรง ขอส่งกำลังใจให้น้องๆ และบุคลากรทางการแพทย์ทุกคน ฝากผู้เกี่ยวข้องช่วยดูแลก่อนทุกคนจะหมดกำลังใจด้วย”

Recent posts

Popular categories

Recent comments

error: Content is protected !!